เยลลี่กัญชา หรือ เยลลี่เมา ที่มีส่วนผสมของสาร THC มีสีสันสดใด ถูกใจสายเขียว ถือเป็นขนม ที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น รวมถึงสแน็คยอดฮิตในประเทศที่กัญชาเสรี วันนี้เราจะพามารู้จักเยลลี่กัญชาและเพื่อเรียนรู้ ป้องกันตัวเองได้ทันหากทานเข้าไปแล้วมีอาการผิดปกติทางร่างกาย

ในส่วนของ เยลลี่กัญชา หรือเรียกอีกอย่างว่า เยลลี่เมา ที่มีส่วนผสมหลักคือ กัญชา ( Cannabis-Infused ) และมีสาร THC ( Tetrahydrocannabinol ) เป็นส่วนผสมอยู่ ถูกออกแบบมาให้สีสันสดใสน่ารับประทาน ออกฤทธิ์กดประสาททำให้ผู้บริโภครู้สึกผ่อนคลาย ล่องลอย ลดอาการเครียด และอารมณ์ดี แต่ทั้งนี้หากรับประทานในปริมาณมาก หรือผู้มีอาการแพ้ จะมีอาการมึนงง ตาพล่า หัวใจเต้นเร็ว อาเจียน ฯลฯ ทั้งนี้ในประเทศที่กัญชาถูกกฎหมาย ขนม หรือเยลลี่ ที่ส่วนผสมของกัญชา จึงได้รับความนิยมในหมู่คนรัก “สายเขียว” เพื่อความเพลิดเพลินยามปาร์ตี้ สังสรรค์ นอกจากนี้ยังมีสารลักษณะเดียวกันในขนมชิดอื่น อาทิ ลูกอม ช็อกโกแลต หรือบราวนี่ เป็นต้น
เยลลี่กัญชา คืออะไร
สำหรับเยลลี่กัญชา หรือ ขนมอวกาศ จัดว่าเป็นหนึ่งในขนมหวาน ที่สายเขียวโปรดปรานมาก และได้รับความนิยมอย่างมาก ในประเทศที่สามารถใช้ กัญชา ได้อย่างถูกกฎหมาย โดยเยลลี่กัญชา หรือที่หลายคนเรียกว่า เยลลี่เมา จะมาในรูปแบบของเยลลี่สีสันสดใส ภายในมีการผสมสาร THC ( Tetrahydrocannabinol ) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในกัญชา และมีผลต่อระบบประสาทที่ทำให้ผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม และมีความสุข อย่างไรก็ตาม THC ยังเป็นของผิดกฎหมายในหลายประเทศ นอกจากนี้ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ยังระบุว่า หากได้รับ THC ที่มากเกินไป ยังเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ เช่น อาการปากแห้ง กระหายน้ำ หัวใจเต้นเร็ว ตอบสนองช้า ตาแดง หรือความทรงจำลดลง


เยลลี่กัญชา ขนมหวานสายเขียวยอดฮิต ที่ได้รับความมนิยมอย่างมากในต่างประเทศ
ปัจจุบันพบว่าในต่างประเทศ ยังมีการผลิตขนมหวาน ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผสมสาร THC ไว้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกกวาด เยลลี่หมี คุกกี้ หรือแม้แต่ช็อกโกแลต โดยหนึ่งในบริษัทผลิตขนมหวานผสมสารสกัดจากกัญชา ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐฯ ก็คือบริษัท Wana Brands ในรัฐโคโลราโด ซึ่งเปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 2553 บริษัทดังกล่าวมีผลิตภัณฑ์ทั้งเยลลี่กัญชา ที่มีรสผลไม้สีสันสดใส รวมถึงรสซอลต์คาราเมล โกโก้ แม้แต่ลูกกวาดที่ผสม THC ก็มีเช่นกัน โดยพบว่าในปี 2560 แบรนด์ดังกล่าวซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก มีการจัดส่งสินค้าจำหน่ายในหลายรัฐที่เปิดเสรีกัญชา สามารถสร้างรายได้มากกว่า 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 362 ล้านบาทอ้างอิง
นอกจากบริษัทดังกล่าว ก็ยังมีแบรนด์ต่าง ๆ ที่ผลิตขนมผสมกัญชา ออกมาจำหน่ายเช่นกัน รวมถึงเยลลี่กัญชานั้น มีความคล้ายคลึงอย่างมากกับขนมหวานทั่วไป ทำให้ยากต่อการแยกแยะ จนทางตำรวจแคนาดา ต้องออกมาส่งคำเตือนถึงผู้ปกครอง ให้เฝ้าระวังบุตรหลาน ที่อาจจะไม่สามารถแยกแยะเยลลี่กัญชา กับเยลลี่ปกติได้ เพื่อไม่ให้เด็กหลงบริโภคเข้าไปและเกิดอันตรายต่อร่างกายได้นั่นเอง
สาร THC และ CBD ในกัญชา คืออะไร ??
ในอดีตนั้น เมื่อมนุษย์รู้จักการสูบ กัญชา พวกเขาก็เข้าใจว่ากัญชาทำให้ผ่อนคลาย และ เก็ทไฮ ( Get High ) ได้ตั้งแต่ยังไม่รู้จักสารของมัน พอภายหลังรู้ว่ามีส่วนประกอบของ THC ( Tetrahydrocannabinol ) มนุษย์ก็เริ่มเข้าใจว่าสารนี้แหละทำให้ผ่อนคลาย และยังมีผลต่อระบบประสาท แต่พอศึกษาไปอีก ก็พบว่ามีสาร CBD ( Cannabidiol ) อีกตัว ที่ช่วยให้ผ่อนคลายเหมือนกัน แต่สารนี้ไม่ส่งผลให้ เก็ทไฮ ( Get High ) แต่อย่างใด ซึ่งพอยิ่งศึกษาต่อไปเรื่อยๆ ทั้งการเพิ่มปริมาณ ( Dose ) ของ CBD ให้มากขึ้นไปอีก ก็พบว่าเจ้าสารตัวนี้ มันแทบไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายของมนุษย์ แต่ที่มีผลข้างเคียงของ THC อย่างชัดเจนแทน โดยอาการที่สามารถพบได้ มีตั้งแต่ อาการปากแห้ง กระหายน้ำ หัวใจเต้นเร็ว ตอบสนองช้า ตาแดง หรือความทรงจำลดลง อาการเหล่านี้ล้วนเป็นผลของการได้รับสาร THC ที่มากเกินไปแทบทั้งสิ้น
เนื่องจากในกัญชา จะมีสาร THC ประกอบอยู่ถึง 12% และมี CBD เพียงไม่ถึง 0.30% เท่านั้น การสูบโดยตรงเพื่อรักษาโรคที่ CBD ทำได้นั้น ทำให้ร่างกายได้รับแต่ THC มากเกินไป การจะใช้งาน CBD ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องอาศัยการสกัดมันออกมา นั่นหมายถึงการนำกัญชาเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรมแปรรูปนั่นเอง
ทั้งนี้ THC จัดเป็นสารเสพติดประเภทที่ 1 (องค์การอนามัยโลก) มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท (Psychoactive) ทำให้เคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย ทำให้ง่วง หลับง่าย กระตุ้นการอยากอาหาร ต้านปวด ต้านอาเจียน และคลายกล้ามเนื้อ แต่ทำให้เสพติดได้กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย ประกาศให้ สารสกัด CBD ที่มี THC ไม่เกิน 0.2% ไม่เป็นยาเสพติด สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ได้แก่ ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย ทำผลิตภัณฑ์ เช่น ยา อาหาร สมุนไพร และเครื่องสำอาง โดยมีข้อแม้ให้สารสกัดดังกล่าว จะต้องได้จากกัญชงหรือกัญชาที่ผลิตภายในประเทศเท่านั้น
ขณะที่ CBD ไม่จัดเป็นยาเสพติด เป็นสารที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ( Non-psychoactive ) ไม่ทำให้มึนเมา โดยออกฤทธิ์เพื่อการคลายเครียด ไม่ทำให้เกิดการดื้อหรือติด สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา และอาหาร
และในปัจจุบันนี้ มีผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวกับการใช้ ส่วนผสมของกัญชา มาวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปมากขึ้น ซึ่งบนฉลากของสินค้า ก็จะพบสารอยู่ 2 ตัวก็คือ Tetrahydrocannabinol ( THC ) และ Cannabidiol ( CBD ) นั้นเอง และเคยสงสัยไหม ว่าถ้าเราบริโภคเข้าไปแล้วจะเกิดเอฟเฟกต์อะไรบ้าง ทั้งผลดีและผลเสีย วันนี้เราได้รวบรวมข้อสรุปทางการแพทย์มาบอกให้ทุกคนได้ทราบกัน
สาร THC ( Tetrahydrocannabinol ) จากกัญชา มีผลอย่างไรกับร่างกาย
การได้รับสาร Tetrahydrocannabinol (THC) ในขนาดที่เหมาะสม จะออกฤทธิ์ ลดอาการปวด เกร็ง ของกล้ามเนื้อ ลดอาการเคลื่อนไส้ ถ้าหากได้รับในปริมาณสูง จะออกฤทธิ์ ทำให้เมา ใจสั่น หน้ามืด เห็นภาพหลอน รบกวนการทำงานของสารเคมีในสมอง ทำให้การรับรู้เพี้ยน การตัดสินใจและมีผลต่อความจำ หากได้รับในปริมาณที่สูงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดภาวะการดื้อต่อสาร Tolerance ทำให้ต้องเพิ่มขนาดจึงจะได้ผลเท่าเดิมและเกิดการติดยาต่อเนื่องได้
สาร CBD ( Cannabidiol ) จากกัญชา มีผลอย่างไรกับร่างกาย
สาร Cannabidiol ( CBD ) เป็นสารที่มีฤทธิ์ช่วยให้เกิดอาการเมาเคลิ้ม และแก้อาการทางจิต จากสาร THC ( Tetrahydrocannabinol ) ได้ นอกจากนี้ สาร Cannabidiol ( CBD ) มีการศึกษา และวิจัยเกี่ยวกับการใช้ CBD เพื่อควบคุม อาการชัก อาการปวด แต่ยังไม่พบว่าทำให้เกิดอาการดื้อยาหรือติดยาได้